Cool Uncle ⚖ Legal Lab
📜 คดีแพ่ง คดี ปี 2561

เรือฟีนิกซ์อับปางพูกต (2561)

สรุปโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย | อัปเดตเมื่อ 19 Aug 2026 09:26

เหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือนำเที่ยว 'ฟีนิกซ์ พีซีไดร์ฟวิ่ง' (Phoenix PC Diving) อับปางกลางทะเลภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.

2561 นับเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุทางทะเลที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวของประเทศไทย คดีนี้สร้างความสะเทือนใจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากถึง 47 ราย เหตุเกิดบริเวณใกล้กับเกาะเฮ ตำบลราไวย์

อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ในช่วงเวลาที่สภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนัก มีคลื่นลมแรงและพายุฝนฟ้าคะนอง เรือฟีนิกซ์ซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยว และลูกเรือกว่าร้อยชีวิต กำลังเดินทางกลับจากการดำน้ำ แต่ต้องเผชิญกับคลื่นยักษ์จนเรือสูญเสียการทรงตัว น้ำเข้าเรือและจมลงสู่ก้นทะเลลึกกว่า 40 เม

ตร ความสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างบาดแผลลึกในใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รัฐบาลไทยต้องสนธิกำลังกับกองทัพเรือ และทีมผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีน เพื่อกู้ร่างผู้เสียชีวิตและกู้ซากเรือที่จมอยู่ใต้ทะเลลึก

ซึ่งกระบวนการกู้ซากเรือต้องใช้เวลานานหลายเดือน ในแง่ของกระบวนการยุติธรรม คดีนี้เป็นที่จับตามองอย่างมาก ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญ ได้แก่ กัปตันเรือ ต้นกลเรือ (ช่างเครื่อง) และกรรมการผู้จัดการบริษัท ทีซี

บลู ดรีม จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม เพื่อเอาผิดผู้ที่มีส่วนทำให้เกิดความสูญเสีย ประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การดำเนินคดีคือ การเพิกเฉยต่อประกาศเตือนภัยสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา นอกจากนี้

การตรวจสอบซากเรือยังพบความผิดปกติในการต่อเรือ ที่ไม่ได้มาตรฐานตามหลักวิศวกรรมทางทะเล เช่น การไม่มีประตูกันน้ำ ที่ได้มาตรฐาน ทำให้เมื่อน้ำเข้าเรือจึงไม่สามารถชะลอการจมได้

บทความนี้จะสรุปและวิเคราะห์ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างละเอียด โดยเฉพาะความรับผิดทางอาญาฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ตลอดจนความรับผิดทางแพ่ง กฎหมายการเดินเรือ และพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เพื่อเป็นกรณีศึกษาแก่นักศึกษากฎหมายต่อไป

หลังเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 5 ก.ค. 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน การสืบสวนพบว่าในวันเกิดเหตุ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเรื่องคลื่นลมแรงและห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง แต่กัปตันเรือฟีนิกซ์กลับตัดสินใจนำเรือออกทะเล ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนคำเตือนและเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง พล.ต.อ.

ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ในขณะนั้น ได้ลงพื้นที่เร่งรัดคดี นำไปสู่การขอศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับผู้ต้องหา ศาลได้อนุมัติหมายจับที่ 326/2561 แก่ น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ 26 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัทเจ้าของเรือ และหมายจับที่ 327/2561 แก่ นายอ่อนจันทร์ กัณหาโยธี

อายุ 56 ปี ต้นกลเรือ รวมถึงนายกัปตันเรือ ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งมีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี

และปรับไม่เกิน 20,000 บาท เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน โดยเฉพาะผลการตรวจสอบโครงสร้างของเรืออย่างละเอียด การตรวจสอบเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกร

รมทางทะเลพบว่า เรือฟีนิกซ์ถูกต่อขึ้นโดยอู่ต่อเรือที่ไม่ได้มาตรฐาน และเป็นเพียงโรงกลึง โครงสร้างเรือผิดแบบจากที่ได้รับอนุญาต มีการนำปูนซีเมนต์ไปถ่วงใต้ท้องเรือเพื่อให้เรือสมดุล รวมทั้งไม่มีประตูกันน้ำ

(Watertight door) ตามมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเล ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำทะลักเข้าเรือ ด้านการเยียวยาผู้เสียหาย คปภ. ได้เร่งรัดให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด จ่ายค่าสินไหมตามกรมธรรม์อุบัติเหตุรายละ 1,000,000 บาท และบริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด จ่ายตาม พ.ร.บ.

ผู้โดยสารเรือ รายละ 100,000 บาท รวมเบื้องต้น 1.1 ล้านบาทต่อราย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้อนุมัติเงินจากกองทุนเยียวยานักท่องเที่ยว จ่ายสมทบแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกรายละ 1,000,000 บาท ทำให้ยอดเงินเยียวยารวมสำหรับผู้เสียชีวิตแต่ละรายอยู่ที่

2,100,000 บาท กระบวนการชดเชยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาผลร้ายทางแพ่ง สอดคล้องกับความรับผิดทางละเมิดตาม ป.พ.พ.

มาตรา 420 และ 438 ในส่วนของการดำเนินคดีในชั้นศาล ศาลจังหวัดภูเก็ตได้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคลและพยานผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด การพิสูจน์ความประมาทมุ่งเน้นไปที่การละเลยมาตรฐานความปลอดภัย การฝ่าฝืนคำเตือนสภาพอากาศ และข้อบกพร่องของตัวเรือ คดีนี้ใช้เวลาพิจารณายาวนานเนื่องจากต้องรอผลการกู้ซากเรือจากใต้ทะเลลึกมาประกอบเป็นวัตถุพยานสำคัญในคดีอาญา

📺 วิดีโอแนะนำเกี่ยวกับคดีนี้

จากช่อง YouTube — วิดีโอเป็นของเจ้าของช่องเดิม เชื่อมโยงเพื่อการศึกษา

รายงานข่าว CNN เรือฟีนิกซ์อับปาง 41 ศพ (2561)

⚖️ ประเด็นกฎหมายในคดีนี้

  • ความรับผิดทางอาญาฐานประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท (อัตราโทษในขณะกระทำความผิด)
  • นิยามของการกระทำโดยประมาท: ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสี่ กำหนดว่าการกระทำโดยประมาท คือการกระทำความผิดมิใช่โดยเจตนา แต่ปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่
  • ความผิดตามกฎหมายการเดินเรือ: พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เกี่ยวกับการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของเรือใบอนุญาตใช้เรือ และหน้าที่ของผู้ควบคุมเรือ หากมีการต่อเรือผิดแบบหรือเดินเรือโดยฝ่าฝืนคำเตือน ย่อมเป็นความผิดตามกฎหมายเฉพาะนี้
  • ความรับผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์: พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 33 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องจัดให้มีการประกันอุบัติเหตุให้กับนักท่องเที่ยว หากละเลยจะมีโทษทางอาญาและต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น
  • ความรับผิดทางละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์: ป.พ.พ. มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิต ร่างกาย สิทธิ หรือทรัพย์สิน ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
  • ค่าสินไหมทดแทนกรณีทำให้เขาตาย: ป.พ.พ. มาตรา 438 กำหนดให้ศาลเป็นผู้กำหนดค่าสินไหมทดแทนตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด ซึ่งรวมถึงค่าปลงศพ ค่าใช้จ่ายอันจำเป็น และค่าขาดไร้อุปการะสำหรับทายาทของผู้เสียชีวิต
  • ความรับผิดร่วมกันของผู้มีส่วนร่วมกระทำประมาท: ในคดีนี้ทั้งกัปตัน ต้นกลเรือ และเจ้าของบริษัทนำเที่ยว ถือว่ามีส่วนร่วมในความประมาทที่ก่อให้เกิดผลเดียวกัน (เรือล่ม) จึงอาจต้องรับผิดร่วมกันในการชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 432
  • การประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจ: การเยียวยาในคดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกฎหมายประกันภัย โดยบริษัทประกันต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยเพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกัน (นักท่องเที่ยว) ตาม ป.พ.พ. มาตรา 861 และมาตรา 889
  • มาตรา 291 — คลิกอ่านบทกฎหมายเต็ม

    บทบัญญัติมาตรา 291 — อ่านบทบัญญัติฉบับเต็มในหมวดประมวล

    มาตรา 59 — คลิกอ่านบทกฎหมายเต็ม

    บทบัญญัติมาตรา 59 — อ่านบทบัญญัติฉบับเต็มในหมวดประมวล

    มาตรา 33 — คลิกอ่านบทกฎหมายเต็ม

    บทบัญญัติมาตรา 33 — อ่านบทบัญญัติฉบับเต็มในหมวดประมวล

    มาตรา 420 — คลิกอ่านบทกฎหมายเต็ม

    บทบัญญัติมาตรา 420 — อ่านบทบัญญัติฉบับเต็มในหมวดประมวล

    มาตรา 438 — คลิกอ่านบทกฎหมายเต็ม

    บทบัญญัติมาตรา 438 — อ่านบทบัญญัติฉบับเต็มในหมวดประมวล

    มาตรา 432 — คลิกอ่านบทกฎหมายเต็ม

    บทบัญญัติมาตรา 432 — อ่านบทบัญญัติฉบับเต็มในหมวดประมวล

    มาตรา 861 — คลิกอ่านบทกฎหมายเต็ม

    บทบัญญัติมาตรา 861 — อ่านบทบัญญัติฉบับเต็มในหมวดประมวล

    💡 บทเรียนจากคดีนี้

    คดีเรือฟีนิกซ์อับปางเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญยิ่งสำหรับนักศึกษากฎหมาย ในแง่ของการปรับใช้กฎหมายหลายฉบับร่วมกัน ทั้งกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง กฎหมายการเดินเรือ และกฎหมายการท่องเที่ยว บทเรียนแรกคือความสำคัญของการตีความคำว่า 'ประมาท' ตาม ป.อ. มาตรา 59 วรรคสี่ การที่กัปตันเรือและเจ้าของบริษัทเพิกเฉยต่อประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา

    ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการปราศจากความระมัดระวังในภาวะที่วิญญูชนพึงมี ในทางกฎหมาย ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตผู้โดยสารต้องใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุด การอ้างว่าต้องการรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจไม่อาจลบล้างความผิดทางอาญาได้ บทเรียนประการ ที่สองคือความเชื่อมโยงระหว่างการทำผิดกฎหมายข้อบังคับทางวิชาชีพและความรับผิดทางอาญา

    การที่ตัวเรือถูกต่อขึ้นอย่างไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีประตูกันน้ำ และนำปูนซีเมนต์ไปถ่วงน้ำหนัก เป็นการทำผิด พ.ร.บ.การเดินเรือฯ ซึ่งพฤติการณ์เหล่านี้ถูกนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานสำคัญเพื่อพิสูจน์ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ในส่วนของกฎหมายแพ่ง คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการศึกษาเรื่องการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 และ 438

    รวมถึงบทบาทของระบบประกันภัย นักศึกษาจะเห็นได้ว่าแม้ความรับผิดทางอาญาจะตกแก่ตัวบุคคลผู้กระทำผิด แต่การเยียวยาทางแพ่งต้องอาศัยกลไกประกันภัยและกองทุนของรัฐเข้ามาช่วยบรรเทาผลร้าย นอกจากนี้ คดีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีที่ซับซ้อน การที่ต้องใช้ความพยายามกู้ซากเรือจากความลึก 40 เมตรเพื่อนำมาเป็น ของกลางในคดีอาญา

    ชี้ให้เห็นว่าการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในศาลต้องอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ท้ายที่สุด โศกนาฏกรรมครั้งนี้ย้ำเตือนผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายว่า กฎหมายไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อลงโทษผู้กระทำผิด แต่ยังมีเพื่อวางกรอบมาตรฐานความปลอดภัยให้กับสังคม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบการนำเที่ยว

    และผู้ควบคุมเรือ จะเป็นมาตรการป้องกันเชิงรุกไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยในอนาคตได้ดีที่สุด ข่าวช่องวัน: ออกหมายจับเจ้าของและช่างเครื่องเรือฟินิกซ์ วิดีโอนี้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเนื่องจากมีการรายงานข่าวการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีเรือฟีนิกซ์อับปางตามข้อกล่าวหาประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งตรงกับประเด็นทางกฎหมายที่ได้กล่าวถึงในบทความ

    คำชี้แจง: สื่อนี้จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความเห็นและวิเคราะห์ความเกี่ยวข้องเชิงกฎหมายโดยสุจริต อ้างอิงจากข่าวที่เผยแพร่สู่สาธารณะเท่านั้น เนื้อหาภายในไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมดของคดี และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย จึงขอให้โปรดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวและเว็บไซต์ทางการที่น่าเชื่อถืออีกครั้งก่อนใช้หรืออ้างอิง — บทความนี้สรุปโดย AI ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายไทยเพื่อการศึกษากฎหมายจากข่าวและคดีดัง ข้อมูลกฎหมายอ้างอิงจากประมวลกฎหมายไทย เผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ทางการศึกษา

    คำถาม: การกระทำของจำเลยถือเป็นความผิดอาญาฐานใด — คำตอบ: ศาลพิจารณาวินิจฉัยตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง

    คำถาม: จำเลยมีความรับผิดทางอาญาในระดับใด — คำตอบ: ศาลพิจารณาเจตนาและผลของการกระทำเพื่อกำหนดความรับผิด

    คำถาม: บทลงโทษที่เหมาะสมกับความผิดคืออะไร — คำตอบ: ศาลพิจารณาปริบพรรณตามความร้ายแรงของความผิด