Cool Uncle ⚖ Legal Lab

กรณีสตรีสัญชาติไทยสมรส ISIS-เพิกถอนสัญชาติ (2563)

ในช่วงปี พ.ศ. 2562 ถึง 2563 ประเด็นที่สร้างความสั่นสะเทือนในวงการกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชนคือเรื่องราวของ «เจ้าสาวไอซิส» (ISIS Brides)

คดีดัง อาญา พ.ศ. 2563

02 สรุปคดีใน 30 วินาที

ในช่วงปี พ.ศ. 2562 ถึง 2563 ประเด็นที่สร้างความสั่นสะเทือนในวงการกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชนคือเรื่องราวของ «เจ้าสาวไอซิส» (ISIS Brides)

03 ดูข่าว/วีดีโอที่เกี่ยวข้อง

📺 วีดีโอแนะนำ: Krobkruakao3 (ครบครัวข่าว3) — วิดีโอเป็นของเจ้าของช่องเดิม เชื่อมโยงเพื่อการศึกษา

04 เบื้องหลัง — คดีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

โดยเฉพาะคดีดังระดับโลกอย่างคดีของชามิมา เบกุม (Shamima Begum) หญิงสาวชาวอังกฤษที่เดินทางออกจากประเทศไปเข้าร่วมกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS) ในซีเรียตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน และต่อมาได้สมรสกับนักรบชาวต่างชาติในกลุ่มดังกล่าวเมื่อกลุ่มไอซิสพ่ายแพ้ เธอและหญิงสาวอีกหลายคนจากชาติตะวันตกพยายามขอกลับประเทศเกิดของตน แต่กลับถูกรัฐบาลปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

มิหนำซ้ำยังถูกสั่งเพิกถอนสัญชาติ ทำให้เธอกลายเป็นบุคคลไร้สัญชาติและต้องติดอยู่ในค่ายกักกันผู้ลี้ภัย คดีดังกล่าวได้นำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมายที่ยาวนานในศาลอุทธรณ์และศาลสูงสุดของอังกฤษ ซึ่งเป็นที่จับตาของนักกฎหมายทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย แม้จะยังไม่ปรากฏคดีความในศาลไทยเป็นการเฉพาะที่สตรีไทยซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิด เดินทางไปสมรสกับผู้ก่อการร้ายไอซิสและถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งเพิกถอนสัญชาติในปี 2563 แต่ประเด็นนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษากฎหมายมหาชน

05 ลำดับเหตุการณ์

1. หากเกิดกรณีสมมติว่า มีสตรีชาวไทยแท้ๆ เดิ 2563

หากเกิดกรณีสมมติว่า มีสตรีชาวไทยแท้ๆ เดินทางไปสมรสกับชาวต่างชาติที่เป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง และร่วมกระทำการที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐอย่างร้ายแรง รัฐไทยจะมีอำนาจตามกฎหมายในการ «สั่งเพิกถอน» สัญชาติไทยของเธอ เพื่อกีดกันไม่ให้เธอกลับเข้าประเทศได้เหมือนที่ทางการอังกฤษทำได้หรือไม่?

2. คำถามนี้ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนหลักการพื 2563

คำถามนี้ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ว่าด้วยเรื่องการได้มา การสละ และการเสียสัญชาติไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของหญิงชาวไทยที่สมรสกับคนต่างด้าว ซึ่งกฎหมายไทยมีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิความเป็นพลเมือง

3. การศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างสิทธิในสัญชา 2563

การศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างสิทธิในสัญชาติ สิทธิในครอบครัว และความมั่นคงของรัฐ ผ่านกรณีศึกษาเปรียบเทียบเช่นนี้ จะช่วยให้นักนิติศาสตร์เข้าใจถึงขอบเขตอำนาจรัฐในการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

4. ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 กฎหมาย 2563

ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 กฎหมายไทยได้วางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสียสัญชาติไว้อย่างรัดกุม โดยแบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างผู้ที่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด และผู้ที่ได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ หรือได้มาภายหลังในกรณีของหญิงสัญชาติไทยที่สมรสกับคนต่างด้าว กฎหมายไม่ได้กำหนดให้เธอต้องเสียสัญชาติไทยโดยอัตโนมัติแต่อย่างใด มาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติฯ

บัญญัติเพียงว่า หญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและได้สมรสกับคนต่างด้าว และอาจถือสัญชาติของสามีได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของสามี «ถ้าประสงค์จะสละสัญชาติไทย» ให้แสดงความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

5. นั่นหมายความว่า หากสตรีไทยที่ไปแต่งงานกั 2563

นั่นหมายความว่า หากสตรีไทยที่ไปแต่งงานกับชาวต่างชาติ (รวมถึงสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ) ไม่ได้ไปยื่นคำร้องขอสละสัญชาติต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยความสมัครใจ เธอยังคงสถานะความเป็นพลเมืองไทยอย่างสมบูรณ์ รัฐไม่อาจไปตัดสิทธิของเธอเพียงเพราะเหตุแห่งการสมรสข้ามชาติได้

6. ประเด็นต่อมาคือ หากสตรีรายนี้กระทำความผิ 2563

ประเด็นต่อมาคือ หากสตรีรายนี้กระทำความผิดร้ายแรงทางอาญา หรือมีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ รัฐบาลไทยจะใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อ «ถอนสัญชาติ» ของเธอได้หรือไม่? คำตอบอยู่ที่ว่าเธอได้สัญชาติไทยมาอย่างไร

7. หากเธอเป็นผู้ที่ได้สัญชาติไทยมาโดยการเกิ 2563

หากเธอเป็นผู้ที่ได้สัญชาติไทยมาโดยการเกิด (บิดามารดาเป็นคนไทย หรือเกิดในราชอาณาจักรไทยตามเงื่อนไขกฎหมาย) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้ความคุ้มครองไว้อย่างสูงสุด รัฐไม่สามารถเพิกถอนสัญชาติของผู้ที่เกิดเป็นไทยได้เด็ดขาด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะก่ออาชญากรรมร้ายแรงเพียงใดก็ตามในทางกลับกัน หากสตรีผู้นั้นเป็นคนต่างด้าวที่เพิ่งได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ

หรือได้สัญชาติไทยตามสามีชาวไทย กรณีนี้ พ.ร.บ.สัญชาติฯ มาตรา 16 ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งเพิกถอนสัญชาติได้ หากปรากฏหลักฐานว่าบุคคลนั้นกระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือกระทำการขัดต่อประโยชน์ของรัฐอย่างร้ายแรง

8. ดังนั้น หากจำลองคดี «เจ้าสาวไอซิส» มาไว้ 2563

ดังนั้น หากจำลองคดี «เจ้าสาวไอซิส» มาไว้ในบริบทของกฎหมายไทย สตรีไทยที่เกิดในไทยและมีสายเลือดไทย จะได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 39 ที่ระบุว่า การเนรเทศบุคคลสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้ผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำมิได้ และการถอนสัญชาติของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิด จะกระทำมิได้

9. นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 28 ยังรับรองส 2563

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 28 ยังรับรองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ซึ่งหมายความว่ารัฐไม่อาจปล่อยปละละเลยให้พลเมืองของตนตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตในค่ายกักกันต่างแดนได้ รัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องชีวิตของพลเมือง

10. ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญ มาตรา 32 ได้รับรอ 2563

ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญ มาตรา 32 ได้รับรองสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว การสมรสและการตั้งครรภ์ของสตรีไทยย่อมได้รับความคุ้มครองในฐานะสิทธิในครอบครัว รัฐไม่อาจใช้ข้ออ้างเรื่องการสมรสกับอาชญากร มาลิดรอนสถานะบุคคลของเธอได้

11. รัฐไทยจึงต้องรับตัวเธอกลับเข้าประเทศในฐา 2563

รัฐไทยจึงต้องรับตัวเธอกลับเข้าประเทศในฐานะพลเมือง และหากมีพยานหลักฐานว่าเธอได้เข้าร่วมองค์กรก่อการร้าย หรือสนับสนุนการทำความผิด รัฐก็ต้องดำเนินคดีอาญาภายใต้กระบวนการยุติธรรมของไทยต่อไป ไม่อาจผลักภาระด้วยการทำให้เธอเป็นคนไร้สัญชาติได้

12. Krobkruakao3 (ครบครัวข่าว3) — วิดีโอเป็น 2563

Krobkruakao3 (ครบครัวข่าว3) — วิดีโอเป็นของเจ้าของช่องเดิม เชื่อมโยงเพื่อการศึกษา ชามิมา จากเจ้าสาวไอเอส สู่ผู้ลี้ภัยไร้สัญชาติ บทเรียนสำคัญที่นักศึกษากฎหมายควรได้รับจากการศึกษากรณีของหญิงสัญชาติไทยที่สมรสกับคนต่างด้าวและการเสียสัญชาติ คือความเข้าใจในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการคุ้มครองสิทธิความเป็นพลเมืองอย่างสูงสุด

13. การเป็นพลเมืองหรือการมีสัญชาติ ถือเป็น ' 2563

การเป็นพลเมืองหรือการมีสัญชาติ ถือเป็น 'สิทธิที่จะมีสิทธิ' (The right to have rights)เพราะสัญชาติคือสายใยทางกฎหมายที่ผูกพันบุคคลเข้ากับรัฐ หากปราศจากสัญชาติ บุคคลนั้นย่อมสูญเสียการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอื่นๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการทำงาน หรือสิทธิในการได้รับการปกป้องจากรัฐแม้ในสถานการณ์สุดโต่ง เช่น

พลเมืองของตนหลงผิดไปเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายระดับโลก หรือกระทำความผิดอาญาร้ายแรง กฎหมายมหาชนของไทยก็ยังยืนหยัดในหลักนิติธรรมอย่างมั่นคง รัฐไม่สามารถใช้อารมณ์ของสังคมหรือความหวาดกลัวมาเป็นข้ออ้างในการละเมิดสิทธิเด็ดขาด (Absolute Rights) เช่น การถอนสัญชาติผู้ที่เกิดในไทยได้

14. หากพลเมืองกระทำผิด 2563

หากพลเมืองกระทำผิด

07 บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (กดดูดูกฎหมายเต็ม)

มาตรา 12 — อาญา

วิธีการเพื่อความปลอดภัยจะใช้บังคับแก่บุคคลใดได้ก็ต่อเมื่อมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้ใช้บังคับได้เท่านั้น และกฎหมายที่จะใช้บังคับนั้นให้ใช้กฎหมายในขณะที่ศาลพิพากษา

มาตรา 13 — อาญา

ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังได้มีการยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยใด และถ้าผู้ใดถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นอยู่ ก็ให้ศาลสั่งระงับการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นเสีย เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อผู้นั้น ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการร้องขอ

มาตรา 16 — อาญา

เมื่อศาลได้พิพากษาให้ใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ใดแล้ว ถ้าภายหลังความปรากฏแก่ศาลตามคำเสนอของผู้นั้นเอง ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการว่า พฤติการณ์เกี่ยวกับการใช้บังคับนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ศาลจะสั่งเพิกถอนหรืองดการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้นั้นไว้ชั่วคราวตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา 28 — อาญา

โทษ

ผู้ใดต้องโทษปรับ ผู้นั้นจะต้องชำระเงินตามจำนวนที่กำหนดไว้ในคำพิพากษาต่อศาล

มาตรา 32 — อาญา

โทษ

ทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิด ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นของผู้กระทำความผิด และมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

มาตรา 39 — อาญา

วิธีการเพื่อความปลอดภัย

วิธีการเพื่อความปลอดภัย มีดังนี้ (๑) กักกัน (๒) ห้ามเข้าเขตกำหนด (๓) เรียกประกันทัณฑ์บน (๔) คุมตัวไว้ในสถานพยาบาล (๕) ห้ามการประกอบอาชีพบางอย่าง

มาตรา 7 — อาญา

ผู้ใดกระทำความผิดดังระบุไว้ต่อไปนี้นอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร คือ (๑) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๒๙ (๑/๑)[๑๑] ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ มาตรา ๑๓๕/๓ และมาตรา ๑๓๕/๔ (๒) ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๐ ถึงมาตรา

๒๔๙ มาตรา ๒๕๔ มาตรา ๒๕๖ มาตรา ๒๕๗ และมาตรา ๒๖๖ (๓) และ (๔) (๒ ทวิ)[๑๒] ความผิดเกี่ยวกับเพศตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๘๒ และมาตรา ๒๘๓ (๓) ความผิดฐานชิงทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๙ และความผิดฐานปล้นทรัพย์ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๔๐ ซึ่งได้กระทำในทะเลหลวง

08 บทเรียนจากคดีนี้

  1. บทเรียนสำคัญที่นักศึกษากฎหมายควรได้รับจากการศึกษากรณีของหญิงสัญชาติไทยที่สมรสกับคนต่างด้าวและการเสียสัญชาติ คือความเข้าใจในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการคุ้มครองสิทธิความเป็นพลเมืองอย่างสูงสุด

  2. การเป็นพลเมืองหรือการมีสัญชาติ ถือเป็น 'สิทธิที่จะมีสิทธิ' (The right to have rights)เพราะสัญชาติคือสายใยทางกฎหมายที่ผูกพันบุคคลเข้ากับรัฐ หากปราศจากสัญชาติ บุคคลนั้นย่อมสูญเสียการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอื่นๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการทำงาน หรือสิทธิในการได้รับการปกป้องจากรัฐแม้ในสถานการณ์สุดโต่ง เช่น

  3. พลเมืองของตนหลงผิดไปเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายระดับโลก หรือกระทำความผิดอาญาร้ายแรง กฎหมายมหาชนของไทยก็ยังยืนหยัดในหลักนิติธรรมอย่างมั่นคง รัฐไม่สามารถใช้อารมณ์ของสังคมหรือความหวาดกลัวมาเป็นข้ออ้างในการละเมิดสิทธิเด็ดขาด (Absolute Rights) เช่น การถอนสัญชาติผู้ที่เกิดในไทยได้

  4. รัฐมีหน้าที่ต้องนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา สืบสวนสอบสวน และลงโทษตามสัดส่วนความผิดในระบบศาล ไม่ใช่การผลักภาระออกนอกพรมแดนด้วยการตัดหางปล่อยวัด ซึ่งนอกจากจะละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังอาจเป็นการสร้างปัญหาความมั่นคงระหว่างประเทศในระยะยาวอีกด้วย

  5. นอกจากนี้ ในประเด็นของสิทธิในครอบครัว การที่หญิงไทยตัดสินใจสมรสกับชาวต่างชาติ ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ การดำเนินชีวิตครอบครัวเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่รัฐต้องเคารพและอำนวยความสะดวกในการรักษาสถานะทางกฎหมาย

คำชี้แจง: สื่อนี้จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์ความเกี่ยวข้องเชิงกฎหมายโดยสุจริต อ้างอิงจากข่าวที่เผยแพร่สู่สาธารณะเท่านั้น เนื้อหาภายในไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมดของคดี และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย บทความนี้สรุปโดย AI ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายไทยเพื่อการศึกษากฎหมายจากข่าวและคดีดัง