Cool Uncle ⚖ Legal Lab
คดีอาญา/อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 📝 ชอบออกข้อสอบ คดี ปี 2566

แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินข้ามชาติ (2565–2566)

สรุปโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย | อัปเดตเมื่อ 20 Aug 2026

02 สรุปคดีใน 30 วินาที

คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินข้ามชาติ (2565–2566) ใช้กัมพูชาและเมียนมาเป็นฐานปฏิบัติการ หลอกลวงคนไทยด้วยลิงก์เท็จและ QR phishing มูลค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ดีเอสไอฟ้องผู้ต้องหา 70 คน คดี จ.นครศรีธรรมราช โทษสูงสุดจำคุก 24 ปี ปี 2567 ปปง. ยึดอายัดทรัพย์รายสำคัญ เช่น คดีธารารัตน์กว่า 1,200 ล้านบาท และเริ่มเฉลี่ยคืนผู้เสียหาย บังคับใช้ พ.ร.ก.

อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2566 ให้อำนาจธนาคารและ กสทช. ระงับบัญชีม้าและเบอร์ดูดได้ทันที

03 ดูข่าว/วีดีโอที่เกี่ยวข้อง

📺 วีดีโอแนะนำ: pending — ยังไม่มีคลิปที่ตรงกับคดีโดยตรง (บันทึกใน TODO_VIDEOS.md)

04 เบื้องหลัง — คดีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยกระดับจากอาชญากรรมท้องถิ่นสู่องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีโครงสร้างการบริหารงานอย่างเป็นระบบเทียบเท่าบริษัท กลุ่มมิจฉาชีพอาศัยประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานที่มั่นตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อโทรศัพท์ข้ามพรมแดนกลับมาหลอกลวงคนไทย

05 ลำดับเหตุการณ์

1. แก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาดหนัก มูลค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาทต่อปี พ.ศ. 2566

ช่วงปี 2565–2566 แก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งใช้กัมพูชาและเมียนมาเป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงคนไทยด้วยเทคนิคจิตวิทยาและ QR phishing มีผู้ตกเป็นเหยื่อทุกระดับของสังคม มูลค่าความเสียหายสะสมต่อปีสูงหลายหมื่นล้านบาท

2. บังคับใช้ พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มีผลบังคับใช้ ให้อำนาจธนาคารพาณิชย์และ กสทช. ระงับธุรกรรมที่น่าสงสัย บล็อกบัญชีม้า และระงับเบอร์ดูดได้ทันท่วงทีโดยไม่ต้องรอการแจ้งความ

3. ดีเอสไอฟ้องผู้ต้องหา 70 คน คดีศูนย์หลอกลวง จ.นครศรีธรรมราช พ.ศ. 2566

ดีเอสไอทลายเครือข่ายศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ใน จ.นครศรีธรรมราช อัยการฟ้องผู้ต้องหา 70 คน ในความผิดหลายฐาน ทั้งอั้งยี่ ซ่องโจร ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ ศาลลงโทษจำคุกสูงสุด 24 ปี

4. ปปง. ยึดอายัดทรัพย์เครือข่ายรายสำคัญและเริ่มเฉลี่ยคืนผู้เสียหาย พ.ศ. 2567

ปี 2567 ปปง. ตรวจสอบและยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายสำคัญ คดีเครือข่ายธารารัตน์ตรวจยึดทรัพย์กว่า 1,200 ล้านบาท ยอดรวมทั่วประเทศสะสมหลายหมื่นล้านบาท และเริ่มกระบวนการเฉลี่ยทรัพย์คืนให้แก่ผู้เสียหาย

07 บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (กดดูบทกฎหมายเต็ม)

มาตรา 341 — ประมวลกฎหมายอาญา

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

มาตรา 343 — ประมวลกฎหมายอาญา

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

มาตรา 352 — ประมวลกฎหมายอาญา

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

มาตรา 14 — พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

สถานะ: external_law — ไม่อยู่ใน codex — นำเข้าข้อมูลเท็จหรือบิดเบือนสู่ระบบคอมพิวเตอร์

— พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566

สถานะ: external_law — ไม่อยู่ใน codex — อำนาจระงับบัญชีม้าและเบอร์ดูด โทษผู้รับจ้างเปิดบัญชี

มาตรา 3 — พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

สถานะ: external_law — ไม่อยู่ใน codex — ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

08 บทเรียนจากคดีนี้

  1. อาชญากรรมทางเทคโนโลยีพัฒนารวดเร็วจนกฎหมายอาญาแบบดั้งเดิมอาจไม่รวดเร็วพอ การฉ้อโกงและกลฉ้อฉลต้องทำงานร่วมกับกฎหมายเฉพาะและกลไกเชิงรุก

  2. พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เปลี่ยนผ่านจากการดำเนินคดีเชิงรับสู่การป้องกันเชิงรุก โดยให้อำนาจสถาบันการเงินและ กสทช. ระงับธุรกรรมที่น่าสงสัยได้ทันที

  3. กฎหมายฟอกเงินเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตาม ยึด อายัดทรัพย์สิน และเฉลี่ยคืนให้ผู้เสียหาย แทนการตกเป็นของแผ่นดิน

  4. โครงสร้างเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แบ่งหน้าที่กันทำอาจเข้าข่ายอั้งยี่ ซ่องโจร และฉ้อโกงประชาชนพร้อมกันหลายฐาน