Cool Uncle ⚖ Legal Lab
คดีดัง 📝 ชอบออกข้อสอบ คดี ปี 2566

ลงมติเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซ้ำรอบ 2

สรุปโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย | อัปเดตเมื่อ 20 Aug 2026

02 สรุปคดีใน 30 วินาที

คดีการเสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำรอบที่ 2 ในปี 2566 กลายเป็นประเด็นทางรัฐธรรมนูญที่สำคัญ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 'ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา' เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566

03 ดูข่าว/วีดีโอที่เกี่ยวข้อง

📺 วีดีโอแนะนำ: pending — ยังไม่มีคลิปที่ตรงกับคดีโดยตรง (บันทึกใน TODO_VIDEOS.md)

04 เบื้องหลัง — คดีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

คดีการเสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำรอบที่ 2 ในปี 2566 กลายเป็นประเด็นทางรัฐธรรมนูญที่สำคัญ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์

'ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา' เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566 โดยวินิจฉัยว่าการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเป็นอำนาจของรัฐสภาเอง ไม่ใช่อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2566 ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีรอบแรก ซึ่งพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ 324 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ประชุมร่วม ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พิธายุติการปฏิบัติหน้าที่ สส.

ชั่วคราวจากคดีถือหุ้นส

ละในวันเดียวกันนั้น ที่ประชุมร่วมรัฐสภาก็มีมติ 312 เสียงว่า 'ห้ามเสนอชื่อเดิมซ้ำ' โดยอ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ประกอบกับรัฐธรรมนูญมาตรา 272

ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าข้อบังคับดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลว่าการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเป็นอำนาจของที่ประชุมร่วมรัฐสภาเอง และในที่สุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 รัฐสภาก็มีการลงคะแนนเลือกเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

ีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

05 ลำดับเหตุการณ์

1. เหตุการณ์ที่ 1คดีการเสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำรอบที่ 2 ในปี 2566 กลายเป็นประเด็นทางรัฐธรรมนูญที่สำคัญ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์

'ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา' เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566 โดยวินิจฉัยว่าการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเป็นอำนาจของรัฐสภาเอง ไม่ใช่อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

นอำนาจของรัฐสภาเอง ไม่ใช่อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

2. เหตุการณ์ที่ 2 พ.ศ. 2566

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2566 ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีรอบแรก ซึ่งพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ 324 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ประชุมร่วม ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พิธายุติการปฏิบัติหน้าที่ สส.

ละในวันเดียวกันนั้น ที่ประชุมร่วมรัฐสภาก็มีมติ 312 เสียงว่า 'ห้ามเสนอชื่อเดิมซ้ำ' โดยอ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ประกอบกับรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าข้อบังคับดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลว่าการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเป็นอำนาจของที่ประชุมร่วมรัฐสภาเอง และในที่สุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 รัฐสภาก็มีการลงคะแนนเลือกเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

22 สิงหาคม 2566 รัฐสภาก็มีการลงคะแนนเลือกเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

07 บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (กดดูบทกฎหมายเต็ม)

มาตรา 272 — ประมวลกฎหมายอาญา

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

มาตรา 200 — ประมวลกฎหมายอาญา

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

มาตรา 211 — ประมวลกฎหมายอาญา

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

08 บทเรียนจากคดีนี้

  1. กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงหลักการแยกอำนาจ (Separation of Powers) และขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐสภา นักเรียนกฎหมายควรทำความเข้าใจว่า 'ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา' มีสถานะเป็นกฎภายในที่รัฐสภามีอำนาจบริหารจัดการเอง และศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าแทรกแซงเฉพาะเมื่อมีประเด็นที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

  2. จุดแยกของการตีความ 'ข้อบังคับประชุมรัฐสภา' กับ 'รัฐธรรมนูญ': ศาลรัฐธรรมนูญวางบรรทัดฐานว่าข้อบังคับการประชุมเป็นเรื่องภายในของรัฐสภา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจเข้าไปตีความหรือตรวจสอบ