02 สรุปคดีใน 30 วินาที
คดีการเสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำรอบที่ 2 ในปี 2566 กลายเป็นประเด็นทางรัฐธรรมนูญที่สำคัญ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 'ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา' เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566
03 ดูข่าว/วีดีโอที่เกี่ยวข้อง
📺 วีดีโอแนะนำ: pending — ยังไม่มีคลิปที่ตรงกับคดีโดยตรง (บันทึกใน TODO_VIDEOS.md)
04 เบื้องหลัง — คดีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
คดีการเสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำรอบที่ 2 ในปี 2566 กลายเป็นประเด็นทางรัฐธรรมนูญที่สำคัญ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์
'ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา' เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566 โดยวินิจฉัยว่าการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเป็นอำนาจของรัฐสภาเอง ไม่ใช่อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ
เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2566 ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีรอบแรก ซึ่งพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ 324 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ประชุมร่วม ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พิธายุติการปฏิบัติหน้าที่ สส.
ชั่วคราวจากคดีถือหุ้นส
ละในวันเดียวกันนั้น ที่ประชุมร่วมรัฐสภาก็มีมติ 312 เสียงว่า 'ห้ามเสนอชื่อเดิมซ้ำ' โดยอ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ประกอบกับรัฐธรรมนูญมาตรา 272
ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าข้อบังคับดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลว่าการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเป็นอำนาจของที่ประชุมร่วมรัฐสภาเอง และในที่สุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 รัฐสภาก็มีการลงคะแนนเลือกเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี
ีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี05 ลำดับเหตุการณ์
1. เหตุการณ์ที่ 1คดีการเสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์เป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำรอบที่ 2 ในปี 2566 กลายเป็นประเด็นทางรัฐธรรมนูญที่สำคัญ เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์
'ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา' เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566 โดยวินิจฉัยว่าการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเป็นอำนาจของรัฐสภาเอง ไม่ใช่อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ
นอำนาจของรัฐสภาเอง ไม่ใช่อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ2. เหตุการณ์ที่ 2 พ.ศ. 2566
เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2566 ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีรอบแรก ซึ่งพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ 324 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของที่ประชุมร่วม ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้พิธายุติการปฏิบัติหน้าที่ สส.
ละในวันเดียวกันนั้น ที่ประชุมร่วมรัฐสภาก็มีมติ 312 เสียงว่า 'ห้ามเสนอชื่อเดิมซ้ำ' โดยอ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 ประกอบกับรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าข้อบังคับดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลว่าการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาเป็นอำนาจของที่ประชุมร่วมรัฐสภาเอง และในที่สุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 รัฐสภาก็มีการลงคะแนนเลือกเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี
22 สิงหาคม 2566 รัฐสภาก็มีการลงคะแนนเลือกเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี06 ประเด็นกฎหมายที่คดีนี้ถาม
คำถาม: กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงหลักการแยกอำนาจ (Separation of Powers) และขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ — คำตอบ: กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงหลักการแยกอำนาจ (Separation of Powers) และขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐสภา นักเรียนกฎหมายควร confirmed
คำถาม: รัฐธรรมนูญ มาตรา 272: การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมร่วมรัฐสภ — คำตอบ: รัฐธรรมนูญ มาตรา 272: การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมร่วมรัฐสภา confirmed
คำถาม: รัฐธรรมนูญ มาตรา 200-201: อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินในการตรวจสอบและเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย — คำตอบ: รัฐธรรมนูญ มาตรา 200-201: อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินในการตรวจสอบและเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย confirmed
คำถาม: รัฐธรรมนูญ มาตรา 211: ขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างองค์กรตามรัฐธรร — คำตอบ: รัฐธรรมนูญ มาตรา 211: ขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ confirmed
คำถาม: คำถาม: จุดแยกของการตีความ 'ข้อบังคับประชุมรัฐสภา' กับ 'รัฐธรรมนูญ': ศาลรัฐธรรมนูญวางบรรทัดฐานว่าข้อบังคับการประชุมเป็ — คำตอบ: จุดแยกของการตีความ 'ข้อบังคับประชุมรัฐสภา' กับ '
คำถาม: รัฐธรรมนูญ': ศาลรัฐธรรมนูญวางบรรทัดฐานว่าข้อบังคับการประชุมเป็นเรื่องภายในของรัฐสภา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจเข้าไปตีความหรือตรวจสอบ confirmed
07 บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (กดดูบทกฎหมายเต็ม)
มาตรา 272 — ประมวลกฎหมายอาญา
สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json
มาตรา 200 — ประมวลกฎหมายอาญา
สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json
มาตรา 211 — ประมวลกฎหมายอาญา
สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json
08 บทเรียนจากคดีนี้
-
กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงหลักการแยกอำนาจ (Separation of Powers) และขอบเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐสภา นักเรียนกฎหมายควรทำความเข้าใจว่า 'ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา' มีสถานะเป็นกฎภายในที่รัฐสภามีอำนาจบริหารจัดการเอง และศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าแทรกแซงเฉพาะเมื่อมีประเด็นที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
-
จุดแยกของการตีความ 'ข้อบังคับประชุมรัฐสภา' กับ 'รัฐธรรมนูญ': ศาลรัฐธรรมนูญวางบรรทัดฐานว่าข้อบังคับการประชุมเป็นเรื่องภายในของรัฐสภา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจเข้าไปตีความหรือตรวจสอบ