Cool Uncle ⚖ Legal Lab
สัญญา/รัฐสภา 📝 ชอบออกข้อสอบ คดี ปี 2566

ผิดสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ “สัปปายะสภาสถาน” (2566)

สรุปโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย | อัปเดตเมื่อ 20 Aug 2026

02 สรุปคดีใน 30 วินาที

โครงการสัปปายะสภาสถาน ก่อสร้างตั้งแต่ 2556 สัญญาขยายหลายครั้ง (รายงาน 4 ครั้ง) มูลค่ากว่า 12,280 ลบ. เปิดใช้ พ.ค. 2564 แต่ ก.ย. 2566 ตรวจรับไม่ได้ เพราะงานไม่เสร็จและมีข้อบกพร่อง — ผู้รับเหมาเรียกร้องค่างวด+ดอกเบี้ย รัฐสภาต่อสู้ด้วย 'ข้อบกพร่องของงาน' — แกน: ป.พ.พ. ม.213/223 (ความรับผิดผิดสัญญา) และ ม.587-597 (สัญญาจ้างทำของ)

03 ดูข่าว/วีดีโอที่เกี่ยวข้อง

📺 วีดีโอแนะนำ: pending — ยังไม่มีคลิปที่ตรงกับคดีโดยตรง (บันทึกใน TODO_VIDEOS.md)

04 เบื้องหลัง — คดีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกาย เริ่มก่อสร้างปี 2556 — สัญญาถูกขยายหลายครั้ง (รายงานสื่อว่าถึง 4 ครั้ง) เปิดใช้งานเต็มรูปแบบ พ.ค. 2564 มูลค่าสัญญากว่า 12,280 ล้านบาท เมื่อถึงกำหนดตรวจรับ ก.ย. 2566 ตรวจรับไม่ได้ เพราะงานยังไม่แล้วเสร็จและมีข้อบกพร่อง ความขัดแย้งจากรัฐสภา/ผู้รับเหมา จึงกลายเป็นข้อพิพาททางแพ่งเรื่องเงินค่างวดและดอกเบี้ย

05 ลำดับเหตุการณ์

1. เริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2556

โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่บริเวณเกียกกาย กรุงเทพฯ — เริ่มงานก่อสร้างปี 2556 มูลค่าเริ่มต้นราวหมื่นล้านบาท

2. ขยายสัญญาระหว่างก่อสร้าง พ.ศ. 2556–2564

สัญญาถูกขยายออกหลายครั้ง — รายงานสื่อบอกว่าขยายถึง 4 ครั้ง — มูลค่าสัญญาเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 12,280 ล้านบาท

3. เปิดใช้งานเต็มรูปแบบ พ.ศ. 2564

โครงการเปิดใช้งานเต็มรูปแบบช่วง พ.ค. 2564 — แต่การเปิดใช้ไม่ได้หมายความว่าการตรวจรับงานตามเงื่อนไขสัญญาจบในทันที

4. ถึงกำหนดตรวจรับ — ตรวจไม่ได้ พ.ศ. 2566

ก.ย. 2566 ถึงกำหนดตรวจรับงานตามขั้นตอนราชการ แต่ตรวจรับไม่ได้ เพราะงานยังไม่แล้วเสร็จและมีข้อบกพร่อง — ความขัดแย้งเข้าสู่โหมดข้อพิพาท

5. ข้อพิพาททางแพ่ง — เงินค่างวด/ดอกเบี้ย/ข้อบกพร่อง พ.ศ. 2566

ผู้รับเหมาเรียกร้องค่างวดและดอกเบี้ยตามสัญญา — รัฐสภาต่อสู้โดยอ้าง 'ข้อบกพร่องของงาน' เป็นเหตุไม่ชำระ/ไม่รับงาน — ทั้งสองฝ่าย 'ฟ้องกันไปมา' ผลคำวินิจฉัยสุดท้ายยังไม่ปรากฏ

07 บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (กดดูบทกฎหมายเต็ม)

ม.213 — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้

การเรียกร้องค่างวดและดอกเบี้ยของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เริ่มต้นจากหลักนี้ — ถ้าฝ่ายใดไม่ชำระหนี้ตามสัญญา อีกฝ่ายขอให้ศาลสั่งบังคับชำระได้

ม.223 — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

ถ้าฝ่ายผู้เสียหายได้มีส่วนทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายด้วยไซร้ ท่านว่าหนี้อันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นจะลดลงก็ได้

การเรียกร้องค่าเสียหายจากการผิดสัญญาอาจถูกลดลงหากผู้เสียหายมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายเอง — กระทบการคำนวณค่าเสียหายระหว่างผู้รับเหมาและรัฐสภา

ม.587 — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (สัญญาจ้างทำของ)

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างอันเป็นผลแห่งการงานที่ทำ

สัญญาจ้างก่อสร้างสัปปายะสภาสถาน คือสัญญาจ้างทำของ (หน้าเดิมอ้าง ม.572–586 ผิด — มาตรากลุ่มนั้นในประมวลกฎหมายคือเช่าซื้อ/จ้างแรงงาน) สัญญาจ้างทำของเริ่มที่ ม.587

ม.593 — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (บอกเลิกสัญญาเมื่อทำงานชักช้า)

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

ถ้าผู้รับจ้างไม่เริ่มทำการในเวลาอันควร หรือทำการชักช้าฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งสัญญาก็ดี หรือทำการชักช้าโดยปราศจากความผิดของผู้ว่าจ้าง จนอาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่างานจะไม่สำเร็จทันกำหนดเวลา ท่านว่าผู้ว่าจ้างชอบที่จะบอกกล่าวล่วงหน้าบอกเลิกสัญญาเสียได้

หากผู้รับจ้างทำการชักช้าจนอาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่างานจะไม่สำเร็จทันกำหนด ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาได้ — เชื่อมโยงกับการขยายสัญญา 4 ครั้งของโครงการนี้

ม.596 — ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ลดสินจ้างเมื่อส่งมอบล่าช้า/บกพร่อง)

สถานะ: confirmed — ตรวจจาก codex-data.json

ถ้าผู้รับจ้างส่งมอบการที่ทำไม่ทันเวลาที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาก็ดี หรือถ้าไม่ได้กำหนดเวลาไว้ในสัญญาเมื่อล่วงพ้นเวลาอันควรแก่เหตุก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะลดสินจ้างลงเพียงใด ๆ ก็ได้

ส่งมอบไม่ทันกำหนดหรืองานบกพร่อง — ผู้ว่าจ้างชอบที่จะลดสินจ้างลงเพียงใด ๆ ก็ได้ — เป็นฐานของข้อโต้แย้ง 'ข้อบกพร่องของงาน' ที่รัฐสภายกขึ้น

- — พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารจัดการพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

สถานะ: external_law — อำนาจหน้าที่รัฐในการตรวจรับ/จ่ายเงินตามขั้นตอน — ยังไม่มีใน codex

- — พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545

สถานะ: external_law — กรณีสัญญามีข้อตกลงอนุญาโตตุลาการ — ยังไม่มีใน codex

08 บทเรียนจากคดีนี้

  1. อ่านคดีก่อสร้างในมุม 'สัญญา' — จุดชี้ขาดอยู่ที่ 'การตรวจรับ' และ 'ความครบถ้วนของงาน' ไม่ใช่แค่ 'งานล่าช้า'

  2. เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบไม่ตรงตามสัญญา ย่อมส่งผลต่อสิทธิเรียกค่างวด/ดอกเบี้ย และสิทธิรัฐในการยับยั้ง/โต้แย้ง

  3. ในชั้นพิสูจน์ต้องมีเอกสาร: บันทึกการตรวจรับ, รายงานข้อบกพร่อง, มาตรฐานคุณภาพ, แบบรูปรายการ — ชั่งน้ำหนักตาม ป.พ.พ. ม.213/223 และ ม.587-597

  4. มูลค่าสัญญาที่บานปลาย (12,280 ลบ.) ทำให้ข้อพิพาทลึก/ยาว — ศึกษา 'กลไกการขยายสัญญา' และเหตุผลตามสัญญา (การปรับงวด, การเปลี่ยนแปลงงาน) ก่อนสรุปว่าใครผิด

  5. การตีความสัญญาต้องอิง 'ถ้อยคำสัญญา' และ 'หลักฐานการตรวจรับ/บันทึกข้อบกพร่อง' — ไม่ใช่อิงภาพความล่าช้า

  6. ข้อพิพาทสัญญาก่อสร้างภาครัฐต้องศึกษาทั้งกฎหมายแพ่งและกรอบกฎหมายพัสดุภาครัฐ และกรณีสัญญามีข้อตกลงอนุญาโตตุลาการ การชี้ขาดอาจไม่อยู่ที่ศาลเท่านั้น