ผู้บริโภคฟ้องบริษัทประกัน ปฏิเสธการจ่ายโควิด "เจอ จ่าย จบ" (2564-2565)
ในช่วงการระบาดของ COVID-19 (2564-2565) บริษัทประกันภัยหลายแห่งได้ออกกรมธรรม์ 'เจอ จ่าย จบ'
02 สรุปคดีใน 30 วินาที
ในช่วงการระบาดของ COVID-19 (2564-2565) บริษัทประกันภัยหลายแห่งได้ออกกรมธรรม์ 'เจอ จ่าย จบ'
03 ดูข่าว/วีดีโอที่เกี่ยวข้อง
📺 วีดีโอแนะนำ: จากช่อง — วิดีโอเป็นของเจ้าของช่องเดิม เชื่อมโยงเพื่อการศึกษา
04 เบื้องหลัง — คดีนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
แต่เมื่อมีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงจนบริษัทขาดสภาพคล่อง บางบริษัทได้พยายามบอกเลิกสัญญาหรือประวิงเวลาการจ่ายค่าสินไหม ผู้บริโภคจึงรวมตัวกันร้องเรียน คปภ.และยื่นฟ้องต่อศาลผู้บริโภคเพื่อบังคับให้บริษัทปฏิบัติตามสัญญาประกันภัย ซึ่งเป็นข้อพิพาททางแพ่งครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมประกันภัย
คปภ. ใช้อำนาจทางปกครองออกคำสั่งห้ามบริษัทประกันบอกเลิกกรมธรรม์ ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ศาลส่วนใหญ่มีคำพิพากษาให้บริษัทประกันต้องปฏิบัติตามสัญญาและจ่ายเงินให้แก่ผู้เอาประกันภัย เนื่องจากเป็นสัญญาสำเร็จรูป
05 ลำดับเหตุการณ์
1. จากช่อง — วิดีโอเป็นของเจ้าของช่องเดิม เ None
จากช่อง — วิดีโอเป็นของเจ้าของช่องเดิม เชื่อมโยงเพื่อการศึกษา
2. ผู้บริโภคฟ้องบริษัทประกัน ปฏิเสธการจ่ายโ None
ผู้บริโภคฟ้องบริษัทประกัน ปฏิเสธการจ่ายโควิด "เจอ จ่าย จบ" (2564-2565)
3. สัญญาประกันภัยต้องผูกพันตามเจตนาแรกเริ่ม None
สัญญาประกันภัยต้องผูกพันตามเจตนาแรกเริ่ม และการตีความสัญญาสำเร็จรูปต้องเป็นไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายผู้บริโภคเสมอ
06 ประเด็นกฎหมายที่คดีนี้ถาม
คำถาม: บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายตามกรมธรรม์ผิดกฎหมายอย่างไร? — คำตอบ: ผิดสัญญาประกัน (มาตรา 861, 877 ปพพ.) + อาจผิด พ.ร.บ. ประกันชีวิต
คำถาม: ผู้เอาประกันฟ้องบริษัทได้อย่างไร? — คำตอบ: ฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินตามกรมธรรม์ + ดอกเบี้ย
คำถาม: หลักการตีความสัญญาประกันเป็นคุณประโยชน์ต่อผู้เอาประกันหรือไม่? — คำตอบ: สัญญาประกันตีความอย่างเคร่งครัด — เงื่อนไขต้องชัดเจน
07 บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (กดดูดูกฎหมายเต็ม)
มาตรา 861 — แพ่ง
เอกเทศสัญญา · ประกันภัย
อันว่าสัญญาประกันภัยนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีวินาศภัยหากมีขึ้น หรือในเหตุอย่างอื่นในอนาคตดังได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่า เบี้ยประกันภัย
มาตรา 877 — แพ่ง
เอกเทศสัญญา · ประกันภัย · บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ผู้รับประกันภัยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ (๑) เพื่อจำนวนวินาศภัยอันแท้จริง (๒) เพื่อความบุบสลายอันเกิดแก่ทรัพย์สินซึ่งได้เอาประกันภัยไว้เพราะได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องปัดความวินาศภัย (๓) เพื่อบรรดาค่าใช้จ่ายอันสมควรซึ่งได้เสียไปเพื่อรักษาทรัพย์สินซึ่งเอาประกันภัยไว้นั้นมิให้วินาศ อันจำนวนวินาศจริงนั้น ท่านให้ตีราคา ณ
สถานที่และในเวลาซึ่งเหตุวินาศภัยนั้นได้เกิดขึ้น อนึ่ง จำนวนเงินซึ่งได้เอาประกันภัยไว้นั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นหลักประมาณอันถูกต้องในการตีราคาเช่นว่านั้น ท่านห้ามมิให้คิดค่าสินไหมทดแทนเกินไปกว่าจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยไว้
08 บทเรียนจากคดีนี้
สัญญาประกันภัยต้องผูกพันตามเจตนาแรกเริ่ม และการตีความสัญญาสำเร็จรูปต้องเป็นไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายผู้บริโภคเสมอ
คำชี้แจง: สื่อนี้จัดทำขึ้นเพื่อแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์ความเกี่ยวข้องเชิงกฎหมายโดยสุจริต อ้างอิงจากข่าวที่เผยแพร่สู่สาธารณะเท่านั้น เนื้อหาภายในไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมดของคดี และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย บทความนี้สรุปโดย AI ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายไทยเพื่อการศึกษากฎหมายจากข่าวและคดีดัง