ในคดีพิพาทมรดกทุกคดี — ตั้งแต่คดีดังระดับประเทศไปจนถึงข้อพิพาทในครอบครัวทั่วไป — คำถามแรกเสมอคือ "พินัยกรรมฉบับนี้มีผลบังคับตามกฎหมายหรือไม่" ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1648 บัญญัติชัดเจนว่า "พินัยกรรมนั้นต้องทำตามแบบซึ่งระบุไว้ในหมวด 2 แห่งลักษณะนี้" นั่นคือหากทำพินัยกรรมผิดแบบ แม้จะเป็นเจตนารมณ์แท้ของเจ้ามรดก พินัยกรรมก็อาจตกเป็นโมฆะและกองมรดกจะกลับไปตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทั้งหมด
มาตรา 1655 เปิดให้ทำพินัยกรรมได้ตามแบบใดแบบหนึ่ง และกฎหมายกำหนดแบบพินัยกรรมที่สำคัญไว้ 5 แบบ ดังนี้
| แบบพินัยกรรม | องค์ประกอบสำคัญ (มาตรา) | จุดที่มักผิดพลาดจนโมฆะ |
|---|---|---|
| แบบธรรมดา | เขียน/พิมพ์ข้อความ ลงวัน เดือน ปี ลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน พร้อมกัน และพยานลงชื่อรับรอง (ม.1656) | พยานลงชื่อต่างคนต่างเวลา / ลืมระบุวันที่ / ขูดลบแก้ไขแล้วไม่มีลายมือชื่อกำกับ |
| แบบเขียนเองทั้งฉบับ | ผู้ทำเขียนด้วยมือตนเองทั้งหมด ทั้งข้อความ วัน เดือน ปี และลายมือชื่อ (ม.1657) | ให้คนอื่นเขียนแทนบางบรรทัด / พิมพ์แล้วเซ็นเพียงลายมือชื่อ |
| แบบเอกสารฝ่ายเมือง | แจ้งข้อความต่อบุคคลเจ้าหน้าที่ (กรมการอำเภอ) ต่อหน้าพยาน 2 คน และผ่านกระบวนการจด-อ่าน-ลงชื่อครบถ้วน (ม.1658) | ข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของอนุมาตรา 1-4 |
| แบบเอกสารลับ | ลงชื่อ ผูกซอง ลงชื่อคาบรอยผนึก นำแสดงต่อบุคคลเจ้าหน้าที่และพยาน 2 คน ถ้อยคำว่าเป็นพินัยกรรมของตน (ม.1660) | ไม่ได้ถ้อยคำว่าเป็นพินัยกรรม / ซองไม่มีการลงชื่อคาบรอยผนึก |
| แบบทำในต่างประเทศ | ทำต่อหน้าทูต/กงสุล หรือตามกฎหมายท้องถิ่นประเทศนั้น (ม.1661) | ไม่ตรวจสอบกฎหมายท้องถิ่น |
มาตรา 1705 ตอกย้ำว่า พินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรมใดที่ทำขัดต่อบทบัญญัติเรื่องแบบ ย่อมเป็นโมฆะ — โมฆะหมายความว่าไม่เกิดขึ้นเลยในทางกฎหมายนับแต่ต้น
นอกเหนือจากเรื่องแบบแล้ว กฎหมายยังกำหนดเพดานความสามารถของผู้ทำพินัยกรรมไว้อย่างเข้มงวด:
มาตรา 1703: "พินัยกรรมซึ่งบุคคลที่มีอายุยังไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ทำขึ้นนั้น เป็นโมฆะ"
มาตรา 1704: "พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้น เป็นโมฆะ พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกอ้างว่าเป็นคนวิกลจริต แต่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้น จะเป็นอันเสียเปล่าก็แต่เมื่อพิสูจน์ได้ว่าในเวลาที่ทำพินัยกรรมนั้นผู้ทำจริตวิกลอยู่"
นอกจากนี้ มาตรา 1654 กำหนดให้พิจารณาความสามารถ "แต่ในเวลาที่ทำพินัยกรรมเท่านั้น" และมาตรา 1652 ห้ามบุคคลผู้ตกอยู่ ภายใต้ความปกครอง ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้ผู้ปกครองหรือญาติของผู้ปกครอง จนกว่าผู้ปกครองจะทำคำแถลงการณ์จัดการทรัพย์สินเสร็จสิ้น — บทบัญญัติทั้งหมดนี้คือเกราะป้องกันผู้สูงอายุและผู้ป่วยจากการถูกหลอกให้ทำพินัยกรรม ซึ่งในทางปฏิบัติพบมากในคดีมรดกดังทั่วประเทศ
อีกหนึ่งกับดักที่พบบ่อย: "ผู้เขียน หรือพยานในพินัยกรรม จะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นไม่ได้" และข้อห้ามนี้ขยายไปถึงคู่สมรสของผู้เขียนและพยานด้วย ผู้ทำพินัยกรรมจึงควรเลือกพยานที่เป็นกลางจริง ๆ และไม่ควรให้ผู้ที่คาดว่าจะได้รับมรดกเป็นผู้เขียนหรือพยานอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นข้อกำหนดที่ยกทรัพย์ให้แก่บุคคลนั้นจะตกเป็นโมฆะ
แม้พินัยกรรมจะทำครบแบบแล้ว ทายาทผู้เสียหายยังมีช่องทางฟ้องศาลขอเพิกถอนได้หากพินัยกรรมนั้นเกิดจาก การข่มขู่ ความสำคัญผิด หรือกลฉ้อฉล (มาตรา 1708-1709) แต่ต้องฟ้องภายใน 3 เดือน นับแต่รู้เหตุ (มาตรา 1710) — อายุความสั้น ๆ นี้ทำให้หลายครอบครัวพลาดโอกาสต่อสู้คดีเพียงเพราะรอช้านานเกินไป
การศึกษาพินัยกรรมและกฎหมายมรดกให้ครบถ้วน อ่านอรรถาธิบายรายมาตราได้ฟรี: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 1,843 มาตรา — บรรพ 6 มรดก มาตรา 1599-1754